5 เทคนิคในการตั้งค่าระดับแนวรับและแนวต้าน

5 เทคนิคในการตั้งค่าระดับแนวรับและแนวต้าน

อัปเดทแล้ว • 2020-10-16

เทรดเดอร์ไม่สามารถจินตนาการได้ว่าการซื้อขายโดยไม่มีระดับแนวรับและแนวต้านนั้นจะเป็นไปได้อย่างไร ระดับเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดขอบเขตที่คู่สกุลเงินจะซื้อขายและกระตุ้นการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของราคา

มาให้คำจำกัดความสั้นๆของคำสองคำนี้กัน ระดับแนวต้านคือระดับที่อยู่สูงสุดซึ่งค่อนข้างยากที่คู่สกุลเงินจะเพิ่มขึ้นไปได้ ไม่ใช่ว่าคู่สกุลเงินจะไม่สามารถก้าวข้ามแนวต้านได้ - มันอาจเป็นไปได้ แต่ต้องมีปัจจัยสนับสนุนที่แข็งแกร่งมาก มิฉะนั้นคู่สกุลเงินจะกลับลงมา ระดับแนวรับเป็นเหมือนพื้นสำหรับคู่สกุลเงินเนื่องจากมันจะช่วยชะลอการลดลงของคู่สกุลเงิน คู่สกุลเงินอาจฝ่าต่ำกว่าระดับแนวรับได้ แต่ก็มีแนวโน้มสูงที่จะเกิดการกลับตัวสู่ด้านบนที่ระดับนี้

กล่าวคือระดับเหล่านี้จะช่วยในการตัดสินใจว่าเมื่อไหร่ที่จะต้องเปิดและปิดการซื้อขายเพื่อทำกำไร นั่นจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่จะต้องรู้วิธีตั้งค่าพวกมันให้ถูกต้อง เราได้รวบรวมเทคนิคที่ดีที่สุดที่คุณสามารถใช้เพื่อหาระดับแนวรับและแนวต้านได้

  • Swing highs และ lows

    เริ่มต้นด้วยคำจำกัดความสั้นๆของ "swing highs และ lows" swing high คือราคาสูงสุดที่อยู่ภายในการเคลื่อนไหวของราคา ความผันผวนของราคาจะดำเนินการในรูปคลื่นดังนั้น swing high จะชี้ไปที่ราคาสูงสุดภายในคลื่นก่อนที่ราคาจะตกลงมา ในทางตรงกันข้าม swing low จะชี้ไปที่ราคาต่ำสุดภายในคลื่นก่อนที่ราคาจะกลับขึ้นมา

    ดูเทคนิคที่ง่ายที่สุดก่อน คุณสามารถหาทุกสิ่งที่คุณต้องการผ่านแผนภูมิราคาได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือหรือตัวบ่งชี้ใดๆ สิ่งที่คุณต้องทำก็คือให้ทำการระบุ highs และ lows ก่อนหน้านี้ที่อยู่ใกล้ที่สุด แน่นอนว่า highs และ lows ที่คุณต้องการจะต้องใกล้เคียงกับราคาปัจจุบัน เลือกระดับที่เห็นได้ชัดที่สุดซึ่งก็คือจุดที่ราคาไม่สามารถฝ่าไปได้และราคาก็จะพลิกตัวกลับ ยิ่งราคากลับตัวจากระดับนี้มากเท่าไหร่ระดับนี้ก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น หากต้องการระบุระดับที่คุณต้องการให้วาดเส้นแนวนอน

    ลองดูที่กราฟ ระดับ 1.15 ดูเหมือนว่าจะสนับสนุน EUR/USD คู่สกุลเงินเด้งกลับจากระดับนั้นสองครั้ง: ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมและกลางเดือนมิถุนายน

EURUSDDaily article.png

  • ระดับทางจิตวิทยา

    ระดับทางจิตวิทยาปรากฏขึ้นเมื่อราคาอ้างอิงสิ้นสุดลงด้วย 0 (ยิ่งระดับดังกล่าวมีศูนย์มากเท่าไหร่มันก็ยิ่งสำคัญมากขึ้นเท่านั้น) ตัวอย่างเช่น 1.50, 95.00 และอื่นๆ ระดับทางจิตวิทยาเกิดขึ้นเนื่องจากธรรมชาติของมนุษย์ ตัวอย่างเช่นถ้าคุณถามใครสักคนเรื่องความคาดหวังเกี่ยวกับราคาในอนาคตของ GBP/USD โดยทั่วไปคนก็จะไม่ตอบกันว่า 1.3028-1.4123 แต่พวกเขาจะคาดการณ์กันว่า 1.30-1.40 ตามตรรกะนี้เมื่อเทรดเดอร์วางคำสั่งซื้อพวกเขาก็จะเลือกตัวเลข "กลมๆ" ดังนั้นคู่สกุลเงินก็จะมีการซื้อขายกันในตัวเลขเหล่านี้

    ลองดูที่กราฟ ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐไม่สามารถฝ่าระดับ $95 ได้มาเป็นเวลานานแล้ว และแม้ว่ามันจะฝ่าผ่านระดับนั้นได้มันก็ไม่สามารถตั้งหลักอยู่เหนือระดับดังกล่าวไว้ได้อยู่ดี

usd статья.png

ระดับดุลยภาพ (1.0000) เป็นระดับทางจิตวิทยาที่สำคัญที่สุด ตัวอย่างเช่น: เทรดเดอร์ได้สงสัยเป็นอย่างมากว่า EUR/USD จะมาถึงระดับดุลยภาพในปี 2015 - 2017 หรือไม่ โดยในเวลานั้นมูลค่าของยูโรก็ลดลงและหยุดที่ระดับ 1.0350

• เส้นแนวโน้ม

คุณควรจำไว้ว่าแนวโน้มคือเพื่อนของคุณและมันสามารถช่วยคุณได้ในสถานการณ์การซื้อขายต่างๆ การระบุแนวโน้มไม่ใช่เรื่องยาก ดูที่กราฟหากคุณเห็นราคาเพิ่มขึ้นหรือลดลงเป็นเวลานานนั่นก็คือแนวโน้ม ค่า highs ที่สูงขึ้นและค่า low ที่สูงขึ้นหมายถึงตลาดมีแนวโน้มขาขึ้น ในทางตรงกันข้ามค่า high ที่ต่ำลงและค่า low ที่ต่ำลงแสดงให้เห็นว่าตลาดมีแนวโน้มขาลง

หากมองหาแนวโน้มคุณควรจำไว้ว่าเส้นดังกล่าวจะไม่เป็นแนวนอนและต้องเชื่อมต่อกันอย่างน้อย 2 จุด (2 highs หรือ 2 lows) นอกจากนี้จุดที่สองที่คุณวาดเส้นแนวโน้มควรอยู่ห่างจากจุดแรกประมาณ 20-30 แท่งเทียน

ยิ่งราคาแตะเส้นแนวโน้มมากเท่าไหร่แนวโน้มก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น

ลองดูที่กราฟ NZD/USD ที่นั่นคุณจะเห็นแนวโน้มขาขึ้น ทั้งหมดที่คุณต้องทำคือการวาดเส้นแนวโน้มผ่านแต่ละจุดสูงสุด จากนั้นเส้นดังกล่าวก็จะกลายเป็นแนวต้านสำหรับคู่สกุลเงิน ในทางกลับกันหากคุณวาดเส้นผ่านจุดต่ำสุดคุณก็จะได้ระดับแนวรับเทคนิคเดียวกันนี้สามารถใช้ได้กับแนวโน้มขาลงด้วยเช่นกัน

NZDUSDH4 статья.png

  • ตัวบ่งชี้ Pivot point

    เมื่อคุณใช้ตัวบ่งชี้นี้คุณจะเห็น 3 ระดับแนวต้าน 3 ระดับแนวรับและ pivot point หนึ่งจุดซึ่งเป็นขอบเขตที่กำหนดการเคลื่อนไหวของราคาต่อไป หากการซื้อขายสูงกว่า pivot point การเคลื่อนไหวนั้นควรจะเป็นแบบ bullish ไม่เช่นนั้นแล้วก็คาดการณ์ได้ว่าการเคลื่อนไหวนั้นจะเป็นแบบ bearish ระดับแนวต้านและระดับแนวรับจะแสดงเป้าหมายที่แม่นยำของสินทรัพย์โดยขึ้นอยู่กับกรอบเวลาที่คุณเลือก ประโยชน์ของตัวบ่งชี้ pivot point คือระดับเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงทุกครั้งที่ช่วงของกรอบเวลาที่คุณเลือกสิ้นสุดลง

    หมายเหตุ: คุณสามารถเลือกกรอบเวลาใดก็ได้ แต่เราขอแนะนำให้คุณใช้กรอบเวลาแบบรายสัปดาห์ ตัวบ่งชี้ดังกล่าวจะแสดงเป้าหมายรายสัปดาห์สำหรับคู่สกุลเงินดังนั้นคุณจะสามารถสร้างแผนการซื้อขายในระยะที่ยาวขึ้นได้

    ดูที่กราฟ คุณสามารถเห็นได้ว่าในช่วงสุดสัปดาห์คู่สกุลเงินได้ฝ่าแนวรับที่ 0.69 อย่างไรก็ตามมันไม่สามารถฝ่าแนวรับถัดไปที่ 0.6850 ได้ดังนั้นมันจึงกลับตัว

NZDUSD статья.png

  • Fibonacci retracements

    เครื่องมือนี้ถูกใช้ในการตั้งค่าระดับแนวต้านและแนวรับหรือเพื่อคาดการณ์ขอบเขตที่เป็นไปได้ของการเคลื่อนไหวของราคา เป้าหมายหลักของมันคือการค้นหาการแก้ไขแนวโน้มสำคัญๆที่เป็นไปได้ ระดับสำคัญๆของ Fibonacci retracements คือ 38.2%, 50% และ 61.8% ซึ่งเป็นแนวรับหรือแนวต้านที่แข็งแกร่งที่สุดซึ่งขึ้นอยู่กับทิศทางของราคา

    การใช้เครื่องมือนี้เป็นเรื่องที่ง่ายมาก ให้วาดเส้นแนวโน้มระหว่างค่าสูงสุดและต่ำสุด หากคุณต้องการเรียนรู้วิธีการใช้ตัวบ่งชี้นี้อย่างถูกต้องคุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้ ที่นี่

    ลองดูที่กราฟ EUR/USD คุณสามารถเห็นได้ว่าคู่สกุลเงินนี้ได้เด้งขึ้นมาจากระดับ Fibo 38.2 และเคลื่อนไปที่ 50.0 50.0 จะเป็นแนวรับสำหรับ EUR/USD 

EURUSDWeekly статья.png

เคล็ดลับสั้นๆ: คุณไม่จำเป็นต้องเลือกใช้เพียงแค่เทคนิคใดเทคนิคหนึ่ง คุณสามารถที่รวมพวกมันเข้าด้วยกันเพื่อที่คุณจะได้รับเป้าหมายที่แม่นยำมากขึ้น

กล่าวคือเราสามารถพูดได้ว่าระดับแนวต้านและแนวรับเป็นหัวใจสำคัญของการซื้อขายอย่างมีกำไร คุณสามารถใช้หนึ่งในเทคนิคดังกล่าวข้างต้นหรือจะรวมพวกมันเข้าด้วยกันก็ได้ ซึ่งแน่นอนว่าคุณจำเป็นจะต้องใช้พวกมันเพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มผลกำไรของคุณ

คล้ายกัน

สกุลเงิน ทองคำ หรือดัชนี… จะเทรดอะไรก่อนดี?

บทความนี้จะช่วยให้คุณทราบว่าตราสารฯ ในการซื้อขายแบบใดเหมาะที่สุดสำหรับคุณ! มาดูกันเลย!

3 รูปแบบยอดนิยมของเทรดเดอร์มืออาชีพ

ด้วยประสบการณ์ทำให้เทรดเดอร์ทุกคนได้ความรู้เรื่อง ระดับแนวรับและแนวต้าน, แนวโน้มและการพักตัว และตัวบ่งชี้ทางเทคนิคต่างๆ ด้วยการเทรดอย่างต่อเนื่องหลายเดือน การมองหารูปแบบ แท่งเทียนและรูปแบบกราฟจึงเป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้น แต่คุณต้องเชี่ยวชาญบางสิ่งที่ซับซ้อนเพื่อ ความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ไปดูกันเถอะ   

กลยุทธ์ 3 อันดับแรก ที่แม้แต่มือใหม่ ก็สามารถเชี่ยวชาญได้

กลยุทธ์เหล่านี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าการเทรดนี้ทำงานอย่างไร? และให้แผนปฏิบัติการแก่คุณ

คำถามที่พบบ่อย

  • จะรับ Trade 100 Bonus ได้อย่างไร?

    เพิ่มทักษะการซื้อขายของคุณด้วย ฟรี $100 จาก FBS เพื่อเปิดใช้งานตัวเลือกนี้ เปิดบัญชี Trade 100 bonus ด้วยเงิน $100 ใช้เงินนี้ในทำการซื้อขายเป็นระยะเวลาช่วง 30 วัน และซื้อขายให้ถึงห้าล็อต หากคุณประสบความสำเร็จคุณจะได้รับกำไร $100 มันเป็นข้อเสนอแบบ win-win! คุณไม่เพียงได้รับผลกำไรเท่านั้น แต่คุณยังสามารถทดสอบตลาดจริงและฝึกฝนทักษะ FX ของคุณได้อีกด้วย 

  • จะเริ่มเทรดอย่างไร?

    หากคุณอายุ 18 ปีขึ้นไปคุณสามารถเข้าร่วม FBS ได้และเริ่มต้นการเดินทาง FX ของคุณ ในการซื้อขายคุณจะต้องมีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์และมีความรู้ที่เพียงพอเกี่ยวกับวิธีการทำงานของสินทรัพย์ในตลาดการเงิน เริ่มด้วยการศึกษาขั้นพื้นฐานด้วย สื่อการเรียนรู้ฟรี และ สร้างบัญชี FBS คุณอาจต้องการทดสอบสภาพแวดล้อมด้วยเงินเสมือนจริงผ่านบัญชีทดลอง เมื่อคุณพร้อมเข้าสู่ตลาดจริงแล้ว ก็เริ่มทำการซื้อขายเพื่อที่จะได้ประสบความสำเร็จ  

  • จะเปิดบัญชี FBS ได้อย่างไร?

    คลิกปุ่ม ‘เปิดบัญชี’ บนเว็บไซต์ของเราแล้วไปที่ Personal area ก่อนที่คุณจะเริ่มทำการซื้อขายได้ คุณจะต้องผ่านการตรวจสอบโปรไฟล์, ยืนยันอีเมลและหมายเลขโทรศัพท์ของคุณ, และผ่านการยืนยัน ID ของคุณ ขั้นตอนนี้มีไว้เพื่อรับประกันความปลอดภัยของเงินทุนและตัวตนของคุณ เมื่อคุณตรวจสอบทั้งหมดเสร็จแล้วให้ไปที่แพลตฟอร์มการซื้อขายที่ต้องการแล้วเริ่มทำการซื้อขาย 

  • จะถอนเงินที่ทำได้กับ FBS ได้อย่างไร?

    ขั้นตอนนั้นตรงไปตรงมามาก ไปที่หน้า การถอนเงิน บนเว็บไซต์หรือส่วนการเงินของ FBS Personal area แล้วถอนเงิน คุณจะรับเงินที่ถอนผ่านระบบการชำระเงินเดียวกับที่คุณใช้ในการฝากเงิน ในกรณีที่คุณฝากเงินเข้าบัญชีด้วยวิธีการอื่น คุณต้องถอนกำไรของคุณผ่านวิธีเดียวกันในยอดเดียวกันกับจำนวนเงินที่ฝาก

ฝากเงินกับระบบการชำระเงินในประเทศของคุณ

เรียนรู้เพิ่มเติม

ประกาศการเก็บรวบรวมข้อมูล

FBS เก็บรักษาข้อมูลของคุณไว้เพื่อใช้งานเว็บไซต์นี้ เมื่อกดปุ่ม "ยอมรับ" ถือว่าคุณยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว ของเรา

โทรกลับ

ผู้จัดการของเราจะโทรหาคุณในเร็ว ๆ นี้

เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์

เราได้รับคำร้องของคุณแล้ว

ผู้จัดการของเราจะโทรหาคุณในเร็ว ๆ นี้

คำขอโทรกลับครั้งต่อไปสำหรับหมายเลขโทรศัพท์นี้
จะพร้อมใช้งานใน 00:30:00

หากคุณมีปัญหาเร่งด่วนโปรดติดต่อเราผ่านทาง
สนทนาออนไลน์

เกิดข้อผิดพลาดภายใน กรุณาลองใหม่อีกครั้งในภายหลัง

อย่ามัวเสียเวลา - ติดตามดูว่า NFP ส่งผลกระทบอย่างไร ต่อ USD แล้วทำกำไรเลยสิ!

หนังสือสำหรับผู้เริ่มต้นในตลาด Forex

หนังสือ Forex สำหรับผู้เริ่มต้นจะแนะนำโลกแห่งการซื้อขายให้กับคุณ

หนังสือสำหรับผู้เริ่มต้นในตลาด Forex

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเริ่มเทรด
ใส่ e-mail ของคุณและเราจะส่งคู่มือ Forex ให้แก่คุณแบบฟรีๆ

ขอขอบคุณ!

ทางเราได้ส่งลิงค์พิเศษไปยังอีเมล์ของคุณ
คลิกที่ลิงค์เพื่อยืนยันที่อยู่ของคุณและรับ Forex Guide สำหรับผู้เริ่มต้นแบบฟรีไปได้เลย

คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์เวอร์ชันเก่ากว่านี้

อัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดหรือลองใช้เพื่อการเทรดที่สะดวกสบายและมีประสิทธิผลยิ่งขึ้น

Safari Chrome Firefox Opera