การซื้อขายด้วยมาร์จิ้นคืออะไรและมันทำงานอย่างไร?

การซื้อขายด้วยมาร์จิ้นคืออะไรและมันทำงานอย่างไร?

อัปเดทแล้ว • 2022-05-27

การซื้อด้วยขายมาร์จิ้นคืออะไร?

การซื้อขายด้วยมาร์จิ้นคือการยืมเงินทุนเพิ่มเติมจากโบรกเกอร์ของคุณเพื่อนำมาซื้อขายหรือลงทุน ตัวอย่างเช่น สมมติว่าคุณต้องการซื้อหุ้นของ Apple ซึ่งมีราคา $150 อย่างไรก็ตาม คุณไม่สามารถลงทุนด้วยเงินจำนวนนั้นได้และต้องการฝากเงินเพียง $15 เท่านั้น นั่นไม่เป็นไรเลย! คุณสามารถใช้ เลเวอเรจ 1:10 ได้ มันหมายความว่าคุณสามารถลงทุนด้วยเงินเพียง $15 และพวกมันจะกลายเป็น $150 ยังไงเหรอ? เงินส่วนที่เหลือ ($135) จะโบรกเกอร์ของคุณจะให้คุณยืม

เลเวอเรจเป็นเครื่องมือที่รู้จักกันดีที่เทรดเดอร์ส่วนมากใช้กัน ใน FBS มีเลเวอเรจสูงถึง 3000 ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทของบัญชีและตราสารการซื้อขาย 

ตอนนี้คุณรู้แล้วว่าเลเวอเรจคืออะไร คุณก็จะเข้าใจเกี่ยวกับมาร์จิ้นได้ง่ายมาก! ดังนั้น มาร์จิ้นคือจำนวนเงินที่จำเป็นต้องใช้ในการเปิดตำแหน่ง กล่าวอีกนัยหนึ่ง มาร์จิ้นคือเงินฝากเริ่มต้นของเทรดเดอร์ซึ่งจะถูกยึดเป็นหลักประกันโดยโบรกเกอร์ มาร์จิ้นจำนวน $15 ที่เทรดเดอร์จ่ายในกรณีที่ใช้เลเวอเรจ 1:10 แสดงดังตัวอย่างด้านบน

ประโยชน์ของการซื้อขายด้วยมาร์จิ้น

การซื้อขายด้วยมาร์จิ้นมีข้อดีหลายประการ ซึ่งคุณสามารถอ่านได้ดังนี้:

  1. การเทรดด้วยมาร์จิ้นนั้นสมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่ไม่มีเงินเพียงพอที่จะลงทุนในขณะนั้น เนื่องจากจะเป็นการเพิ่มกำลังซื้อให้กับเทรดเดอร์
  2. มันเป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมที่ช่วยให้ได้รับผลกำไรมากขึ้น เนื่องจากการลงทุนเริ่มต้นมีขนาดใหญ่ขึ้นจากการซื้อขายด้วยมาร์จิ้น
  3. การซื้อขายด้วยมาร์จิ้นมีประโยชน์อย่างยิ่งในช่วงเวลาที่มีความผันผวนต่ำ เนื่องจากช่วยให้ผลลัพธ์ของการซื้อขายเติบโตขึ้นได้
  4. เทรดเดอร์สามารถใช้เพื่อเปิดทั้งตำแหน่ง Long และ Short ได้ (ซื้อและขาย)
  5. การซื้อขายด้วยมาร์จิ้นมีประโยชน์ในการกระจายความเสี่ยง เทรดเดอร์สามารถเปิดการซื้อขายที่หลากหลายได้ด้วยเงินจำนวนเล็กน้อย

ความเสี่ยงของการซื้อขายด้วยมาร์จิ้น

การซื้อขายด้วยมาร์จิ้นนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นย่อมมีความเสี่ยงมากกว่าเสมอ ในอีกด้านหนึ่ง การซื้อขายด้วยมาร์จิ้นจะเพิ่มผลตอบแทนที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมาก

ในทางกลับกัน การซื้อขายมาร์จิ้นสามารถเพิ่มการสูญเสียได้หากราคาไม่เป็นไปตามที่เทรดเดอร์วางแผนไว้ ดังนั้นมันจึงสำคัญมากสำหรับเทรดเดอร์ที่ใช้มาร์จิ้นในการซื้อขายที่จะใช้การจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสมและใช้เครื่องมือที่ช่วยลดความเสี่ยง เช่น คำสั่ง Stop Loss

มาร์จิ้นคอล (Margin call) คืออะไร?

หากหนึ่งในออเดอร์ที่เปิดอยู่ของคุณขาดทุน ระดับมาร์จิ้นของคุณจะลดลง และเพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียเงินทั้งหมด โบรกเกอร์จะใช้สิ่งที่เรียกว่า Margin call โดย Margin call คือระดับของมาร์จิ้นที่เฉพาะเจาะจง (ที่ FBS คือ 40%) ซึ่งเมื่อเทรดเดอร์เข้าถึงระดับนี้แล้ว มันจะเริ่มเตือนเพื่อให้แน่ใจว่าเทรดเดอร์ปิดคำสั่งซื้อขายที่ขาดทุนหรือฝากเงินเข้าบัญชีเพิ่ม

สต็อปเอาต์ (Stop out) คืออะไร?

เมื่อระดับมาร์จิ้นลดลงถึงระดับต่ำสุดที่อนุญาต หรือระดับ Stop out (ที่ FBS คือ 20%) การซื้อขายบางรายการเริ่มจากคำสั่งซื้อขายที่ขาดทุนมากที่สุดจะถูกปิดโดยอัตโนมัติเพื่อป้องกันยอดเงินคงเหลือติดลบ

กลยุทธ์การซื้อขายด้วยมาร์จิ้น

การซื้อขายด้วยมาร์จิ้นช่วยให้คุณเพิ่มโอกาสในการทำกำไร หากเทรดเดอร์ผสมผสานระดับความเสี่ยงและการจัดการเงินได้อย่างเหมาะสม ก็จะทำให้เขาหรือเธออยู่ในตำแหน่งที่ดีขึ้นและจะช่วยใช้ประโยชน์จากโอกาสทางการตลาดและกลยุทธ์การลงทุน

การปรับขนาดตำแหน่ง

การปรับขนาดตำแหน่งเป็นเทคนิคที่กำหนดจำนวนหน่วยที่คุณต้องทำการซื้อขายเพื่อให้ได้ระดับความเสี่ยงที่ต้องการ การเลือกขนาดตำแหน่งอย่างชาญฉลาดเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก นี่คือกฎเหล็กที่สำคัญของเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์: ความเสี่ยงต้องไม่เกิน 1-2% ของเงินฝาก สำหรับการเทรด 1 ครั้ง

ควบคุมระดับมาร์จิ้น

ให้ความสนใจกับพารามิเตอร์ที่เรียกว่า “ระดับมาร์จิ้น” ระดับมาร์จิ้น คือ จำนวนครั้งที่มาร์จิ้นที่ถูกใช้สามารถครอบคลุมมูลค่าบัญชีของคุณได้ มันเป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญที่จะบอกว่าผลการซื้อขายของคุณมีแนวโน้มว่าจะผันผวนอย่างไร ยิ่งระดับมาร์จิ้นของคุณต่ำเท่าใด คุณก็จะได้รับประสบการณ์ในการแกว่งตัวที่มากขึ้น หากระดับมาร์จิ้นของคุณน้อยกว่า 500% แสดงว่าคุณอาจรับความเสี่ยงมากเกินไปในบัญชีของคุณ

อัตราส่วนความเสี่ยง/ผลตอบแทน

อัตราส่วนความเสี่ยง/ผลตอบแทน คือ จำนวนของกำไรที่เทรดเดอร์วางแผนว่าจะได้รับจากการเทรด เทียบกับจำนวนที่พวกเขาเสี่ยงว่าจะขาดทุน ตัวอย่างเช่น หาก Stop Loss ของคุณเท่ากับ 10 pip และ Take Profit ของคุณคือ 50 จุด อัตราส่วนความเสี่ยง/ผลตอบแทนของคุณคือ 1:5

อัตราส่วนความเสี่ยง/ผลตอบแทนให้เลือกขึ้นอยู่กับรูปแบบการซื้อขายของคุณรวมถึงสภาวะตลาด (ระดับของความผันผวน สถานะของตลาด ซึ่งก็คือ แนวโน้มหรือช่วง) ไม่มีวิธีใดที่จะแก้ปัญหาได้แบบครอบจักรวาล สำหรับการซื้อขายส่วนใหญ่เราแนะนำให้รักษาระดับผลตอบแทนให้สูงกว่าความเสี่ยง เมื่อเทรดตามเทแนวโน้ม อัตราส่วนความเสี่ยง/ผลตอบแทนอาจเป็น 1:2 หรือ 1:3 เมื่อคุณเข้าสู่ตลาดในช่วงพักของระดับที่เฉพาะเจาะจง การเลือกอัตราส่วนความเสี่ยง/ผลตอบแทน 1:4 หรือ 1:5 อาจจะดีกว่า

ตัวอย่างการซื้อขายด้วยมาร์จิ้น

ตัวอย่างเช่น สมมติว่าเทรดเดอร์ฝากเงิน $10 และต้องการเปิดตำแหน่ง Long ใน EUR/USD หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือต้องการซื้อ หนึ่งล็อตจะเท่ากับเงิน 100,000 หน่วยในสกุลเงินหลักที่คุณเทรด ซึ่งในกรณีนี้คือสกุลเงินยูโร โดยปกติปริมาณการซื้อขายขั้นต่ำจะเท่ากับ 0.01 ล็อตหรือ 1,000 หน่วยเงินของสกุลเงินหลัก ดังนั้น หากเทรดเดอร์ซื้อ EUR/USD ขั้นต่ำที่สามารถซื้อได้คือ 1,000 ยูโร อย่างไรก็ตาม หากเทรดเดอร์ใช้เลเวอเรจ 1:100 เขาหรือเธอจะต้องใช้เงิน 1% หรือ €10 (โบรกเกอร์จะให้ยืมเงิน €990 ที่เหลือ)

การเปลี่ยนแปลงมูลค่าของสกุลเงินจะถูกวัดเป็นจุด แต่ละคู่เงินอาจมีมูลค่า pip ที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับสกุลเงิน, ความผันผวน, และสภาพคล่อง: สำหรับ EURUSD 1 จุด จะเท่ากับ 0.00001 ตัวอย่างเช่น สมมติว่าบางเหตุการณ์สำคัญทางการเงินได้ส่งผลกระทบต่อมูลค่าของ USD ทำให้ร่วงลง 500 จุด หากเทรดเดอร์ซื้อ EUR/USD เป็นจำนวน 0.01 ล็อต กำไรของพวกเขาจะเท่ากับขนาดของตำแหน่ง (1,000 สำหรับตำแหน่งที่เล็กที่สุดที่มี) คูณด้วยจำนวน pips (0.00001*500)

หากเทรดเดอร์ไม่มีเลเวอเรจ พวกเขาจะต้องลงทุน €1,000 และได้กำไร $5 หรือ 5% อย่างไรก็ตาม หากเทรดเดอร์ใช้เลเวอเรจ 1:100 และเทรดแบบเดียวกัน พวกเขาจะลงทุนเพียง €10 เท่านั้น แต่กำไรจะยังคงอยู่ที่ $5 ซึ่งถือเป็นกำไรมากถึง 50%

จะเริ่มซื้อขายด้วยมาร์จิ้นกับ FBS ได้อย่างไร?

คุณได้เรียนรู้วิธีทำกำไรจากการซื้อขายด้วยมาร์จิ้นแล้วจากข้อมูลข้างต้น ในการเริ่มต้นการซื้อขายด้วยมาร์จิ้น ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:

  1. ก่อนอื่นเลย คุณต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้ดาวน์โหลด แอป FBS Trader หรือ MetaTrader 4/5 แล้ว FBS อนุญาตให้คุณซื้อขายหุ้นผ่านซอฟต์แวร์นี้เท่านั้น
  2. เปิดบัญชีใน FBS Trader หรือบัญชี MT5 ใน Personal Area ของคุณ ทำการวิเคราะห์ตลาดอย่างเหมาะสมและเลือกสินทรัพย์ที่คุณสนใจ: คู่สกุลเงิน หุ้น หรือสินค้าโภคภัณฑ์
  3. เลือกขนาดตำแหน่งของคุณและคอยดูระดับมาร์จิ้นให้ดี
  4. จัดการความเสี่ยงของคุณอย่างเหมาะสมด้วยเครื่องมือพิเศษ เช่น Stop Loss และ Take Profit ซึ่งเป็นคำสั่งที่จะมีประโยชน์อย่างยิ่งในช่วงเวลาที่มีความผันผวนสูงในตลาด จำไว้ว่าแม้ว่าเครื่องมือเหล่านี้จะปกป้องคุณไม่ได้ 100% ก็ตาม แต่มันก็ช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้
  5. เปิดออเดอร์และคอยเฝ้าดูมัน!

สรุป

ในการจะเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ จำเป็นต้องเข้าใจวิธีซื้อขายด้วยมาร์จิ้นอย่างถูกต้อง การซื้อขายด้วยมาร์จิ้นนั้นเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการเพิ่มผลกำไรของคุณ! อย่างไรก็ตาม มันสามารถทวีคูณการสูญเสียได้ นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมคุณต้องไม่ลืมจัดการความเสี่ยงของคุณให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น

สำหรับมือใหม่

หากคุณยังใหม่ต่อการซื้อขายในบัญชีทดลองจะเป็นการเริ่มต้นที่สมบูรณ์แบบสำหรับคุณ เนื่องจากช่วยให้คุณฝึกทำการเทรดด้วยมาร์จิ้นได้โดยไม่มีความเสี่ยงใดๆ หลังจากที่คุณเปิดบัญชีนี้ คุณจะได้รับเงินเสมือน 10,000 ดอลลาร์ และจะสามารถเลือกจำนวนเลเวอเรจได้

คล้ายกัน

วิธีการใช้ MetaTrader 4: คู่มือสำหรับผู้เริ่มต้น
วิธีการใช้ MetaTrader 4: คู่มือสำหรับผู้เริ่มต้น

MetaTrader 4 หรือที่เรียกกันว่า MT4 เป็นแพลตฟอร์มการซื้อขายที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก โดยมีเครื่องมือการซื้อขายและเครื่องมือการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยมในการนำไปปรับใช้

จะเทรดโดยใช้รูปแบบแท่งเทียน Doji ได้อย่างไร?
จะเทรดโดยใช้รูปแบบแท่งเทียน Doji ได้อย่างไร?

แท่งเทียน Doji เปรียบเสมือนนกหายาก แต่ถ้าคุณจับมันได้ มันก็อาจเป็นโอกาสที่ดีที่จะจับจุดเข้าเทรดในช่วงเวลาที่เหมาะสมได้ บทความนี้จะอธิบายว่าแท่งเทียน Doji คืออะไร คุณจะได้รับกลยุทธ์ของ Doji ที่สามารถสร้างผลกำไรได้

คำถามที่พบบ่อย

  • จะถอนเงินที่ทำได้กับ FBS ได้อย่างไร?

    ขั้นตอนนั้นตรงไปตรงมามาก ไปที่หน้า การถอนเงิน บนเว็บไซต์หรือส่วนการเงินของ FBS Personal area แล้วถอนเงิน คุณจะรับเงินที่ถอนผ่านระบบการชำระเงินเดียวกับที่คุณใช้ในการฝากเงิน ในกรณีที่คุณฝากเงินเข้าบัญชีด้วยวิธีการอื่น คุณต้องถอนกำไรของคุณผ่านวิธีเดียวกันในยอดเดียวกันกับจำนวนเงินที่ฝาก

  • จะเปิดบัญชี FBS ได้อย่างไร?

    คลิกปุ่ม ‘เปิดบัญชี’ บนเว็บไซต์ของเราแล้วไปที่ Personal area ก่อนที่คุณจะเริ่มทำการซื้อขายได้ คุณจะต้องผ่านการตรวจสอบโปรไฟล์, ยืนยันอีเมลและหมายเลขโทรศัพท์ของคุณ, และผ่านการยืนยัน ID ของคุณ ขั้นตอนนี้มีไว้เพื่อรับประกันความปลอดภัยของเงินทุนและตัวตนของคุณ เมื่อคุณตรวจสอบทั้งหมดเสร็จแล้วให้ไปที่แพลตฟอร์มการซื้อขายที่ต้องการแล้วเริ่มทำการซื้อขาย 

  • จะเริ่มเทรดอย่างไร?

    หากคุณอายุ 18 ปีขึ้นไปคุณสามารถเข้าร่วม FBS ได้และเริ่มต้นการเดินทาง FX ของคุณ ในการซื้อขายคุณจะต้องมีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์และมีความรู้ที่เพียงพอเกี่ยวกับวิธีการทำงานของสินทรัพย์ในตลาดการเงิน เริ่มด้วยการศึกษาขั้นพื้นฐานด้วย สื่อการเรียนรู้ฟรี และ สร้างบัญชี FBS คุณอาจต้องการทดสอบสภาพแวดล้อมด้วยเงินเสมือนจริงผ่านบัญชีทดลอง เมื่อคุณพร้อมเข้าสู่ตลาดจริงแล้ว ก็เริ่มทำการซื้อขายเพื่อที่จะได้ประสบความสำเร็จ  

  • จะเปิดใช้งานโบนัสยกระดับได้อย่างไร?

    เปิดบัญชีโบนัสยกระดับได้ทั้งใน Personal Area บนเว็บหรือแอปฯมือถือ แล้วรับฟรีสูงสุดถึง $140 เข้าบัญชีของคุณ

ฝากเงินกับระบบการชำระเงินในประเทศของคุณ

ควบคุมเกมของคุณ

ประกาศการเก็บรวบรวมข้อมูล

FBS เก็บรักษาข้อมูลของคุณไว้เพื่อใช้งานเว็บไซต์นี้ เมื่อกดปุ่ม "ยอมรับ" ถือว่าคุณยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว ของเรา

โทรกลับ

ผู้จัดการของเราจะโทรหาคุณในเร็ว ๆ นี้

เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์

เราได้รับคำร้องของคุณแล้ว

ผู้จัดการของเราจะโทรหาคุณในเร็ว ๆ นี้

คำขอโทรกลับครั้งต่อไปสำหรับหมายเลขโทรศัพท์นี้
จะพร้อมใช้งานใน

หากคุณมีปัญหาเร่งด่วนโปรดติดต่อเราผ่านทาง
สนทนาออนไลน์

เกิดข้อผิดพลาดภายใน กรุณาลองใหม่อีกครั้งในภายหลัง

อย่ามัวเสียเวลา - ติดตามดูว่า NFP ส่งผลกระทบอย่างไร ต่อ USD แล้วทำกำไรเลยสิ!

หนังสือสำหรับผู้เริ่มต้นในตลาด Forex

หนังสือ Forex สำหรับผู้เริ่มต้นจะแนะนำโลกแห่งการซื้อขายให้กับคุณ

หนังสือสำหรับผู้เริ่มต้นในตลาด Forex

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเริ่มเทรด
ใส่ e-mail ของคุณและเราจะส่งคู่มือ Forex ให้แก่คุณแบบฟรีๆ

ขอขอบคุณ!

ทางเราได้ส่งลิงค์พิเศษไปยังอีเมล์ของคุณ
คลิกที่ลิงค์เพื่อยืนยันที่อยู่ของคุณและรับ Forex Guide สำหรับผู้เริ่มต้นแบบฟรีไปได้เลย

คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์เวอร์ชันเก่ากว่านี้

อัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดหรือลองใช้เพื่อการเทรดที่สะดวกสบายและมีประสิทธิผลยิ่งขึ้น

Safari Chrome Firefox Opera