แนวโน้มขาขึ้น
สมมติว่ามีแนวโน้มขาขึ้นเกิดขึ้นบนกราฟนี้ จุดสูงสุดจุดที่หนึ่ง (H) ตามด้วยจุดต่ำสุดจุดที่หนึ่ง (L) ซึ่งก็ตามมาด้วยจุดสูงสุดจุดที่สอง (HH – จุดสูงสุดที่สูงขึ้นกว่าเดิม) หลังจากนั้นหากราคาหลุดออกจากโครงสร้างแนวโน้ม และเกิดจุดต่ำสุดที่ต่ำลงกว่าเดิม (LL) เมื่อราคาแตะไปถึงระดับหนึ่ง เทรดเดอร์ก็ควรเตรียมพร้อมที่จะขาย โดยเราจะพูดถึงเรื่องนี้กันในภายหลัง

แนวโน้มขาลง
ลองมาดูตัวอย่างที่ตรงกันข้ามกันอย่างแนวโน้มขาลง จุดต่ำสุดที่หนึ่ง (L) ตามด้วยจุดสูงสุดที่หนึ่ง (H) แล้วตามด้วยจุดต่ำสุดที่สอง (LL) หลังจากนั้นหากราคาทะลุโครงสร้างแนวโน้มและเกิดจุดสูงสุดที่สูงขึ้นกว่าเดิม เทรดเดอร์ควรเตรียมพร้อมที่จะซื้อเมื่อราคาถึงระดับหนึ่ง

กฎของการเข้าขาย
มาดูกันว่าจะเปิดคําสั่งขายได้ที่ไหนและอย่างไร ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการเข้าคือการย้อนกลับไปที่จุดสูงสุดจุดที่หนึ่ง (ดูภาพด้านล่าง) โครงสร้างนี้ได้ผลดีเพราะบางกลุ่มที่รู้จักกันในนาม "ผู้เล่นรายใหญ่" ในการที่จะทำให้ขายได้จำนวนมาก พวกเขาต้องการคำสั่งซื้อจำนวนมหาศาล เพื่อให้การเทรดทำกำไรได้มากขึ้น พื้นที่ระหว่าง H และ HH แสดงถึงโซนของสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงมีเหล่าผู้ซื้อจำนวนมาก เนื่องจากพวกเขาเชื่อมั่นในแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
วิธีที่ดีกว่าในการเข้าเทรดคือการใช้คำสั่งซื้อขายล่วงหน้า ประการแรก คุณควรรอการก่อตัวของจุดต่ำสุดที่ต่ำลงกว่าเดิม (LL) ประการที่สอง คุณควรวาง Sell Limit ที่จุดสูงสุดจุดที่หนึ่ง (H)

กฎของการเข้าซื้อ
ด้วยตรรกะเดียวกัน ในกรณีของการซื้อโซนของสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้นจะอยู่ระหว่างจุดต่ำสุดที่หนึ่งและจุดต่ำสุดที่สอง (L และ LL ดังภาพด้านล่าง) มีเหล่าผู้ขายจำนวนมากที่เชื่อว่าแนวโน้มขาลงจะยังคงดำเนินต่อไป เทรดเดอร์บางรายก็เข้าซื้อเร็วเกินไป บางคนตื่นตระหนกและปิดออเดอร์ของพวกเขา และส่วนใหญ่วาง Stop Loss ไว้ในบริเวณนี้ นั่นเป็นเหตุผลที่ผู้เล่นรายใหญ่มองว่าช่วงเวลานี้เป็นโอกาสที่ดีในการซื้อ รอการก่อตัวของจุดสูงสุดที่สูงกว่าเดิม (HH) และตั้งค่า Buy Limit ที่จุดต่ำสุดจุดที่หนึ่ง (L)

การลดความเสี่ยง
ใช้คำสั่ง Stop Loss
มาทบทวนความจำกัน Stop Loss คือคำสั่งออกที่ใช้เพื่อจำกัดจำนวนการสูญเสียที่เทรดเดอร์อาจใช้ในการเทรด หากการซื้อขายเป็นไปในทิศทางตรงข้ามกันกับที่เขาต้องการ