จะเลือกหุ้นอย่างไรดี?

จะเลือกหุ้นอย่างไรดี?

อัปเดทแล้ว • 2021-05-18

คุณตัดสินใจที่จะลงทุนในหุ้นแล้ว แต่จะเลือกหุ้นอะไรและจะเลือกอย่างไรล่ะ อ่านบทความนี้แล้วคุณจะได้รับคำแนะนำทีละขั้นตอน ในการเลือกหุ้นที่เหมาะสม

มาปูพื้นฐานกันดีกว่า

ในการที่จะเข้าใจว่าหุ้นนี้มีศักยภาพที่จะเติบโตหรือไม่ คุณจะต้องทราบคำศัพท์ต่อไปนี้

อัตราส่วน P/E

อัตราส่วนราคาตลาดของหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (อัตราส่วน P/E) เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่นักลงทุนใช้กันอย่างแพร่หลาย ในการกำหนดการประเมินมูลค่าของหุ้น P/E คำนวณจากราคาต่อหุ้นหารด้วยกำไรต่อหุ้น หากต้องการค้นหาราคาปัจจุบันต่อหุ้น คุณสามารถเปิด แอปฯ FBS Trader หรือ MetaTrader 5 หากต้องการรับรายงานผลประกอบการล่าสุดของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง คุณสามารถค้นกูเกิลว่า "นักลงทุนสัมพันธ์ [ชื่อบริษัท]" แล้วคุณจะได้รับเวลาที่แน่นอนของการเปิดเผยผลประกอบการ รายงานก่อนหน้านี้ และรายงานจริงฉบับเต็มทันทีที่ออก

внутренняя howtochoosestocks_1.jpg

อัตราส่วน P/E แสดงให้เห็นว่า นักลงทุนจ่ายเงินเท่าใดเพื่อผลกำไรหนึ่งดอลลาร์ นักลงทุนใช้ตัวบ่งชี้นี้เพื่อเปรียบเทียบหุ้นที่แตกต่างกัน หรือแม้แต่หุ้นตัวเดียวกันกับบันทึกในอดีต

P/E ที่สูงอาจหมายความว่า ราคาของหุ้นนั้นสูงเมื่อเทียบกับกำไร และอาจมีการประเมินราคาสูงเกินไป ในทางกลับกัน P/E ที่ต่ำอาจบ่งบอกว่า ราคาหุ้นในปัจจุบันนั้นต่ำเมื่อเทียบกับกำไร

โดยทั่วไปหาก P/E สูง นักลงทุนคาดหวังว่าในอนาคตจะมีการเติบโตของผลประกอบการที่สูงขึ้น เมื่อเทียบกับบริษัทที่มี P/E ต่ำกว่า อย่างไรก็ตาม P/E ที่ต่ำสามารถส่งสัญญาณว่า บริษัทได้รับการประเมินค่าต่ำเกินไป และอาจมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น หรือบริษัททำได้ดีเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับแนวโน้มในอดีต

P/E สูงและต่ำคือเท่าไร ดูยังไง?

ไม่มีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดในการกำหนด P/E ว่าต่ำหรือสูง แต่โดยทั่วไปอัตราส่วน P/E ที่ต่ำกว่า 14 หมายถึงราคาหุ้นต่ำ P/E มากกว่า 20 จะถือว่าสูง

P/E ต่ำๆ ดีกว่าเหรอ?

внутренняя.jpg

นักลงทุนส่วนใหญ่ชอบลงทุนในหุ้นที่มีอัตราส่วน P/E ที่ต่ำกว่า เนื่องจากมันหมายความว่าบริษัทเหล่านี้มีพื้นที่ที่จะโตขึ้นอีกได้ แต่มันก็ยังช่วยป้องกันในช่วงขาลงด้วย เนื่องจากธุรกิจที่ราคาถูกกว่ามักจะ ร่วงลงน้อยกว่าหุ้นที่มีราคาแพงกว่าในช่วงที่ตลาดพังทลาย เห็นได้ชัดว่าคุณไม่ต้องการซื้อบริษัทที่ราคาถูกที่สุด อัตราส่วน P/E ที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในกลุ่มหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ อาจเป็นสัญญาณเชิงลบ

หุ้น

อัตราส่วน P/E

Goldman Sachs

9.17

 

Citigroup

9.89

Intel

12.58

 

Philip Morris

17.72

Qualcomm

18.49

Pfizer

20.03

Alibaba

26.10

Facebook

26.22

Google

30.22

MasterCard

56.30

Netflix

59.94

อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล

บริษัทจ่ายเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าหุ้นให้กับนักลงทุนซึ่งเรียกว่า เงินปันผล อัตราผลตอบแทนคือเงินปันผลที่จ่ายประจำปีหารด้วยราคาหุ้น หากบริษัทมีการจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้นทุกปี ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับนักลงทุน เนื่องจากแสดงให้เห็นถึงความยั่งยืนทางเศรษฐกิจในช่วงระยะเวลาหนึ่ง มีบางบริษัทใน S&P 500 ที่เพิ่มเงินปันผลเป็นเวลา 25 ปีติดต่อกัน โดยจะถูกเรียกว่า Dividend aristocrats ในหุ้นจำนวนเหล่านั้น ได้แก่ Coca-Cola, McDonald’s, Procter & Gamble เป็นต้น

ประเภทของหุ้น

หุ้นเติบโต คือหุ้นที่คาดว่าจะเติบโตเร็วกว่าหุ้นอื่นๆ และนั่นคือเหตุผลที่พวกมันถูกตั้งชื่อเช่นนั้น บางครั้งพวกมันอาจมีความเสี่ยงมากกว่า แต่เทรดเดอร์ชอบที่จะเลือกพวกมัน เนื่องจากสุดท้ายแล้วมันก็มีศักยภาพมากกว่า ตัวอย่างเช่น Google และ Amazon หุ้นเหล่านี้ไม่เคยจ่ายเงินปันผล เนื่องจากบริษัทเหล่านี้ชอบใช้เงินทุนที่มีอยู่ลงทุนในธุรกิจภายใน

หุ้นปันผลสูง เป็นหุ้นที่ไม่มีความผันผวน แต่มีพื้นฐานที่ดีในการจ่ายเงินปันผลสูงกว่าหุ้นอื่นๆ ยกตัวอย่างเช่น บริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ AT&T

หุ้นคุณค่า คือหุ้นที่ถูกประเมินมูลค่าต่ำ พวกเขาซื้อขายในราคาที่ต่ำกว่าราคาที่เหมาะสมของบริษัท อ้างอิงจากที่นักลงทุน/นักวิเคราะห์กล่าวไว้ เคล็ดลับก็คือหามันให้เจอให้ไวกว่านักลงทุนคนอื่นๆ! เมื่อคนอื่นรับรู้ถึงศักยภาพของมัน เจ้าของหุ้นนั้นๆ ก็จะเพิ่มขึ้น ตัวอย่างเช่น General Motors และ Ford

หุ้นบลูชิป เป็นหุ้นที่พุ่งขึ้นมานานแล้ว จึงถือว่าเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ อย่างไรก็ตามพวกเขามักจะเพิ่มมูลค่าช้ากว่าหุ้นเติบโต หรือจ่ายเงินปันผลเช่นเดียวกับหุ้นปันผลสูง ตัวอย่างเช่น Microsoft และ Alibaba

หุ้นปลอดภัย คือหุ้นที่บริษัทเสนอขายผลิตภัณฑ์และบริการที่จำเป็น ซึ่งผู้คนก็จะซื้อไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไรก็ตาม โดยมันรวมถึงหุ้นของบริษัทอาหารและเครื่องดื่ม และบริษัทยา ตัวอย่างที่ดีก็คือ ผู้ค้าปลีกยักษ์ใหญ่ Walmart

หุ้นวัฏจักร โดยทั่วไปเป็นไปตามวัฏจักรเศรษฐกิจของภาวะเติบโตและภาวะถดถอย พวกเขาเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาของการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แตร่วงลงในช่วงของเศรษฐกิจถดถอย และความไม่มั่นคงของตลาด หุ้นวัฏจักรมักเป็นอุตสาหกรรมการเดินทางและอุตสาหกรรมการบริการ ผู้ผลิตรถยนต์ และธนาคาร

หุ้นเก็งกำไร มักเป็นบริษัทรุ่นใหม่ที่มีการปฏิวัติทางเทคโนโลยี หรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมือนใคร ผลการดำเนินงานของหุ้นเหล่านี้ยากที่จะคาดเดา และถูกมองว่าเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากผลตอบแทนสูงมักจะมาพร้อมกับความเสี่ยงสูง

จะสร้างพอร์ตหุ้นอย่างไรดี?

กระจายการลงทุน

เป็นคำแนะนำที่เป็นสากลที่สุดสำหรับนักลงทุนหุ้น แนวคิดเบื้องหลังของการกระจายความเสี่ยง คือการไม่ใส่ไข่ทั้งหมดไว้ในตะกร้าใบเดียว โดยให้ทำการรวบรวมหุ้นกลุ่มต่างๆ ที่จะมีการตอบสนองแตกต่างกันไป ในช่วงเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจเดียวกันเอาไว้ เป้าหมายก็เพื่อลดความเสี่ยงจากการเคลื่อนไหวของราคาที่ไม่คาดคิดของสินทรัพย์นั้นๆ ไงล่ะ ในการกระจายการลงทุนคุณต้องทำสิ่งต่อไปนี้

  1. ลงทุนในภาคส่วนที่แตกต่างกัน พยายามเลือกสิ่งที่มีความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างยั่งยืน ตัวอย่างเช่น หุ้นเฮลธ์แคร์ หุ้นรถยนต์ และหุ้นของธนาคาร จะเป็นคอมโบผสมผสานที่สมบูรณ์แบบ อีกวิธีหนึ่งในการกระจายการลงทุน คือระหว่างหุ้นเติบโตและหุ้นมูลค่า หุ้นวัฏจักรและหุ้นปลอดภัย
  2. ซื้อทั้งหุ้นที่มีมูลค่าต่ำที่มีศักยภาพในการเติบโตที่สูงกว่า และยักษ์ใหญ่ที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วหลายทศวรรษ อย่าง Amazon หรือ Google
  3. บริษัทที่มีขนาดและประเภทที่แตกต่างกัน

มองการณ์ไกล

ในระยะสั้นหุ้นที่เลือกอาจมีความผันผวนลดลง ในช่วงที่ตลาดเกิดภาวะช็อก แต่จำเป็นต้องยึดมั่นในแผนระยะยาวของคุณ โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง

ติดตามข่าวสารและแนวโน้มของตลาด

รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับตลาดหุ้นและความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ตัวอย่างเช่น ตอนนี้รถยนต์ไฟฟ้ากำลังได้รับความนิยม เนื่องจาก Biden กำลังวางแผนที่จะทำให้สหรัฐฯ ปลอดคาร์บอน และนักวิเคราะห์ได้คาดการณ์อนาคตที่สดใสสำหรับหุ้น EV อย่างไรก็ตามไม่ใช่เฉพาะ Tesla เท่านั้น แต่ยังมีหุ้นอื่นๆ เช่น Ford และ General Motors ที่พยายามเปลี่ยนจากรถใช้น้ำมันไปเป็นรถใช้ไฟฟ้า และยังถูกมองว่าเป็นหุ้นมูลค่าอีกด้วย ให้ความสนใจกับทั้งแนวโน้มตลาดหุ้นโดยรวม และข่าวสารของบริษัทที่คุณเป็นเจ้าของหรือที่คุณสนใจ

สรุป

นี่เป็นข้อมูลที่เยอะมากเหลือเกิน ถ้าคุณอ่านมาจนจบคุณคือคนเก่งเลยล่ะ! ค่อยๆ ใช้เวลาของคุณซึมซับความรู้ทั้งหมดนี้ แล้วค้นหาหุ้นที่คุณชื่นชอบ!

ป.ล. หากคุณรู้สึกว่ามันมากเกินไปสำหรับคุณ คุณควรเริ่มต้นด้วยการลงทุนในกองทุนดัชนี นี่คือวิธีที่ Warren Buffett แนะนำให้ผู้ดูแลทรัพย์สินของเขาจัดการกับเงิน ที่เขาจะให้กับภรรยาของเขา: “ใส่เงินสด 10% ในพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้น และ 90% ในกองทุนดัชนี S&P 500 ที่มีต้นทุนต่ำมากๆ”

2_howtochoosestocks_3.png.jpg

เทรดเลย

คล้ายกัน

หุ้นวัฏจักร
หุ้นวัฏจักร

ในขณะที่หุ้นเติบโตมีแนวโน้มสูงขึ้นในช่วงปีที่แล้ว ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่หุ้นวัฏจักรจะขึ้นเป็นผู้นำ!

คำถามที่พบบ่อย

  • จะเปิดบัญชี FBS ได้อย่างไร?

    คลิกปุ่ม ‘เปิดบัญชี’ บนเว็บไซต์ของเราแล้วไปที่ Personal area ก่อนที่คุณจะเริ่มทำการซื้อขายได้ คุณจะต้องผ่านการตรวจสอบโปรไฟล์, ยืนยันอีเมลและหมายเลขโทรศัพท์ของคุณ, และผ่านการยืนยัน ID ของคุณ ขั้นตอนนี้มีไว้เพื่อรับประกันความปลอดภัยของเงินทุนและตัวตนของคุณ เมื่อคุณตรวจสอบทั้งหมดเสร็จแล้วให้ไปที่แพลตฟอร์มการซื้อขายที่ต้องการแล้วเริ่มทำการซื้อขาย 

  • จะถอนเงินที่ทำได้กับ FBS ได้อย่างไร?

    ขั้นตอนนั้นตรงไปตรงมามาก ไปที่หน้า การถอนเงิน บนเว็บไซต์หรือส่วนการเงินของ FBS Personal area แล้วถอนเงิน คุณจะรับเงินที่ถอนผ่านระบบการชำระเงินเดียวกับที่คุณใช้ในการฝากเงิน ในกรณีที่คุณฝากเงินเข้าบัญชีด้วยวิธีการอื่น คุณต้องถอนกำไรของคุณผ่านวิธีเดียวกันในยอดเดียวกันกับจำนวนเงินที่ฝาก

  • จะเริ่มเทรดอย่างไร?

    หากคุณอายุ 18 ปีขึ้นไปคุณสามารถเข้าร่วม FBS ได้และเริ่มต้นการเดินทาง FX ของคุณ ในการซื้อขายคุณจะต้องมีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์และมีความรู้ที่เพียงพอเกี่ยวกับวิธีการทำงานของสินทรัพย์ในตลาดการเงิน เริ่มด้วยการศึกษาขั้นพื้นฐานด้วย สื่อการเรียนรู้ฟรี และ สร้างบัญชี FBS คุณอาจต้องการทดสอบสภาพแวดล้อมด้วยเงินเสมือนจริงผ่านบัญชีทดลอง เมื่อคุณพร้อมเข้าสู่ตลาดจริงแล้ว ก็เริ่มทำการซื้อขายเพื่อที่จะได้ประสบความสำเร็จ  

  • จะเปิดใช้งานโบนัสยกระดับได้อย่างไร?

    เปิดบัญชีโบนัสยกระดับได้ทั้งใน Personal Area บนเว็บหรือแอปฯมือถือ แล้วรับฟรีสูงสุดถึง $140 เข้าบัญชีของคุณ

ฝากเงินกับระบบการชำระเงินในประเทศของคุณ

เรียนรู้เพิ่มเติม

ประกาศการเก็บรวบรวมข้อมูล

FBS เก็บรักษาข้อมูลของคุณไว้เพื่อใช้งานเว็บไซต์นี้ เมื่อกดปุ่ม "ยอมรับ" ถือว่าคุณยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว ของเรา

โทรกลับ

ผู้จัดการของเราจะโทรหาคุณในเร็ว ๆ นี้

เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์

เราได้รับคำร้องของคุณแล้ว

ผู้จัดการของเราจะโทรหาคุณในเร็ว ๆ นี้

คำขอโทรกลับครั้งต่อไปสำหรับหมายเลขโทรศัพท์นี้
จะพร้อมใช้งานใน

หากคุณมีปัญหาเร่งด่วนโปรดติดต่อเราผ่านทาง
สนทนาออนไลน์

เกิดข้อผิดพลาดภายใน กรุณาลองใหม่อีกครั้งในภายหลัง

อย่ามัวเสียเวลา - ติดตามดูว่า NFP ส่งผลกระทบอย่างไร ต่อ USD แล้วทำกำไรเลยสิ!

หนังสือสำหรับผู้เริ่มต้นในตลาด Forex

หนังสือ Forex สำหรับผู้เริ่มต้นจะแนะนำโลกแห่งการซื้อขายให้กับคุณ

หนังสือสำหรับผู้เริ่มต้นในตลาด Forex

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเริ่มเทรด
ใส่ e-mail ของคุณและเราจะส่งคู่มือ Forex ให้แก่คุณแบบฟรีๆ

ขอขอบคุณ!

ทางเราได้ส่งลิงค์พิเศษไปยังอีเมล์ของคุณ
คลิกที่ลิงค์เพื่อยืนยันที่อยู่ของคุณและรับ Forex Guide สำหรับผู้เริ่มต้นแบบฟรีไปได้เลย

คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์เวอร์ชันเก่ากว่านี้

อัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดหรือลองใช้เพื่อการเทรดที่สะดวกสบายและมีประสิทธิผลยิ่งขึ้น

Safari Chrome Firefox Opera