ภาวะเศรษฐกิจถดถอยส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินอย่างไร?

ภาวะเศรษฐกิจถดถอยส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินอย่างไร?

อัปเดทแล้ว • 2024-05-21

เศรษฐกิจไม่เคยเคลื่อนไหวเป็นเส้นตรง นักเศรษฐศาสตร์ตั้งใจทำการเชื่อมโยงการพัฒนาเศรษฐกิจเข้ากับวัฏจักรของการขึ้นและลง ภาวะเศรษฐกิจถดถอยถือเป็นส่วนหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของวงจรธุรกิจ ภาวะเศรษฐกิจถดถอยจะเกิดขึ้นในตอนที่ GDP ลดลงในช่วงสองไตรมาสหรือมากกว่านั้นแบบติดต่อกัน ยิ่งกว่านั้น มันมักจะตามมาด้วยอัตราการว่างงานที่เพิ่มสูงขึ้น ยอดค้าปลีกที่ลดลง รายได้และดัชนีภาคการผลิตต่าง ๆ ที่หดตัวลง

ปัจจุบัน ซีอีโอชาวสหรัฐฯ เกือบทุกคนกำลังเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย และนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่เชื่อว่าเศรษฐกิจตกต่ำกำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า เหตุผลก็คือว่าอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้นที่ถูกกระตุ้นโดยอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นนั้นจะขัดขวางการเติบโตโดยการเพิ่มต้นทุนของบัตรเครดิต การจดจำนอง การซื้อรถยนต์ สินเชื่อเพื่อธุรกิจ และการกู้ยืมใด ๆ ที่กระตุ้นเศรษฐกิจ ครั้งล่าสุดที่เฟดได้แพร่กระจายความเจ็บปวดอย่างรุนแรงนี้ในช่วง 12 เดือนคือในปี 1980 ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจตกต่ำอย่างรุนแรง

ในประเทศแถบยุโรป สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงไปอีก เพราะนอกจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงแล้ว เศรษฐกิจก็ยังต้องดิ้นรนจากราคาก๊าซที่สูงก่อนฤดูหนาว และเนื่องจากธุรกิจต่าง ๆ ลดการใช้ก๊าซลง มันจึงส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัวลง

ภาวะเศรษฐกิจถดถอยจะอยู่อีกนานแค่ไหน?

ตั้งแต่ปี 1854 ถึง 1919 ภาวะเศรษฐกิจถดถอยจะกินเวลาโดยเฉลี่ยประมาณ 21.6 เดือน แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภาวะเศรษฐกิจถดถอยกลับสั้นลง จากข้อมูลของสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจแห่งชาติ (NBER) ตั้งแต่ปี 1945 ถึง 2009 ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐอเมริกาจะกินเวลาโดยเฉลี่ยประมาณ 11 เดือน ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้ผ่านภาวะเศรษฐกิจถดถอยมาแล้วถึง 4 ครั้ง ไปดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

ภาวะเศรษฐกิจถดถอยเนื่องจากโควิด-19

ภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งก่อนได้เริ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2020 และได้กินเวลาไปเพียงสองเดือน ทำให้มันเป็นภาวะเศรษฐกิจถดถอยของสหรัฐฯ ที่สั้นที่สุดในประวัติศาสตร์

ภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ (ธันวาคม 2007 ถึง มิถุนายน 2009)

ฟองสบู่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ก็เป็นส่วนหนึ่งทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ แต่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่นั้นก็ยังไม่รุนแรงเท่าภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่มันกินเวลายาวนานและมีผลกระทบที่รุนแรงเหมือนกันจึงทำให้มันมีชื่อคล้ายกัน ภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่กินเวลายาวนานถึง 18 เดือนนั้นมีความยาวนานเกือบสองเท่าของภาวะเศรษฐกิจถดถอยของสหรัฐฯ ครั้งล่าสุด

ภาวะเศรษฐกิจถดถอยเนื่องจากวิกฤติ Dotcom (มีนาคม 2001 ถึง พฤศจิกายน 2001)

ในช่วงต้นยุค 2000s สหรัฐอเมริกาได้ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจที่สำคัญหลายประการ รวมถึงปัญหาฟองสบู่เทคโนโลยีแตกและเรื่องอื้อฉาวทางบัญชีของบริษัทต่าง ๆ เช่น Enron แถมยังมีเรื่องของเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน ปัญหาเหล่านี้ร่วมกันได้ทำให้เกิดภาวะถดถอยในช่วงสั้น ๆ แต่เศรษฐกิจก็ได้ฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว

ภาวะเศรษฐกิจถดถอยเนื่องจากสงครามอ่าวเปอร์เซีย (กรกฎาคม 1990 ถึง มีนาคม 1991)

ในช่วงเริ่มต้นของยุค 1990s สหรัฐอเมริกาได้ประสบภาวะเศรษฐกิจถดถอยในช่วงเวลาสั้น ๆ เป็นเวลาแปดเดือน สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงสงครามอ่าวเปอร์เซียครั้งแรก

คุณสามารถทำนายภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้หรือไม่?

เนื่องจากการคาดการณ์ทางเศรษฐกิจนั้นยังคงมีความคลุมเครือ การทำนายภาวะเศรษฐกิจถดถอยในอนาคตจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ตัวอย่างเช่น ไวรัสโควิด-19 ได้ปรากฏตัวขึ้นโดยไม่รู้ตัวในช่วงต้นปี 2020 และภายในเวลาไม่กี่เดือน เศรษฐกิจของสหรัฐฯ ได้ปิดตัวลงบางส่วน และคนทำงานหลายล้านคนต่างก็ตกงาน

เส้นโค้งอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้กลับด้าน

เส้นโค้งอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้เป็นกราฟที่แสดงอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ตั้งแต่พันธบัตรที่มีอายุ 4 เดือนไปจนถึงพันธบัตรที่มีอายุ 30 ปี เมื่อเศรษฐกิจทำงานได้ตามปกติ อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรระยะยาวควรสูงกว่าพันธบัตรระยะสั้น เป็นผลให้นักลงทุนเกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยเนื่องจากอัตราผลตอบแทนระยะยาวต่ำกว่าอัตราผลตอบแทนระยะสั้น ปรากฏการณ์นี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อเส้นโค้งอัตราผลตอบแทนกลับด้าน (yield curve inversion) ซึ่งมันได้คาดการณ์ถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่ผ่านมา

ความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลง

การใช้จ่ายของผู้บริโภคเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจสหรัฐฯ เมื่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลง นั่นหมายความว่าผู้คนไม่มั่นใจที่จะใช้จ่ายเงิน ซึ่งมันจะส่งผลให้เศรษฐกิจเกิดการชะลอตัว หากการสำรวจพบว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลงอย่างต่อเนื่อง อาจเป็นสัญญาณของปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจ

ตลาดหุ้นร่วงลงอย่างกะทันหัน

การร่วงลงอย่างรุนแรงของตลาดหุ้นอาจบ่งบอกถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอย เนื่องจากนักลงทุนต่างพากันเทขายหลักทรัพย์เพื่อถือเงินสดเอาไว้ในมือตามการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะเกิดการชะลอตัว

อัตราการว่างงานที่เพิ่มสูงขึ้น

หากผู้คนตกงาน มันก็เป็นสัญญาณที่ไม่ดีต่อเศรษฐกิจ การสูญเสียงานจำนวนมากในเวลาไม่กี่เดือนได้เตือนถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่กำลังใกล้เข้ามา แม้ว่า NBER จะยังไม่ประกาศภาวะเศรษฐกิจถดถอยก็ตาม

สินทรัพย์ต่าง ๆ มีการดำเนินการอย่างไรในช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอย?

เทรดเดอร์ต่างจากนักลงทุนตรงที่พวกเขาไม่กลัวภาวะเศรษฐกิจถดถอยเพราะพวกเขาสามารถทำเงินได้จากการซื้อขายทั้งสองทิศทาง ทั้ง Long และ Short อย่างไรก็ตาม การเข้าใจพฤติกรรมของสินทรัพย์ในช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอยเพื่อจะได้ตัดสินใจเลือกได้อย่างถูกต้องนั้นสำคัญมาก ๆ

ภาวะเศรษฐกิจถดถอยฆ่าน้ำมัน

ในอดีต การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันนำไปสู่อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นในอนาคต และในทำนองกลับกัน ค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงพลังงานที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งและราคาอาหารจะประกอบกันเป็นส่วนสำคัญของตะกร้าสินค้าอุปโภคบริโภค

เมื่อเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย ผู้บริโภคจะซื้อน้อยลง ทำให้ผู้ผลิตต้องลดค่าใช้จ่ายของตนลง ความต้องการพลังงานลดลงและราคาน้ำมันก็ลดลงอย่างมาก ดังนั้นเทรดเดอร์ที่ซื้อขายน้ำมันจึงต้องจับตามองการใช้จ่ายของผู้บริโภคอย่างระมัดระวังเพื่อให้สามารถคาดการณ์การลดลงของราคาน้ำมันได้

ทองคำ

ในอดีต ราคาทองคำและภาวะเศรษฐกิจถดถอยมีความสัมพันธ์กันแบบผกผัน ในยามที่เศรษฐกิจอ่อนแอ ราคาทองคำก็มักจะปรับตัวสูงขึ้น ในช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอย 3 ครั้งล่าสุด ได้แก่ ปี 2020, ปี 2007 และ ปี 2001 ราคาทองคำได้ปรับตัวสูงขึ้น ในขณะที่มูลค่าของ S&P 500 กลับลดลง

สิ่งนี้เกิดขึ้นเพราะในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ในช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอย ธนาคารกลางได้ประคับประคองเศรษฐกิจด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยหลักและใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (การซื้อหนี้ต่างประเทศ) ซึ่งเป็นสาเหตุของการเติบโตของอัตราเงินเฟ้อทั่วโลก

money supply_2.png

ในครั้งนี้ก็ไม่เว้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 2024 ตลาดหุ้นมักจะเป็นไปตามตัวบ่งชี้ปริมาณเงินหมุนเวียนในมือประชาชน M2 กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะต้องพิมพ์เงินเพิ่มอีกเพื่อกระตุ้นตลาดหุ้นและเศรษฐกิจ

M2 Money and S P 500.png

ดังนั้นทองคำมักจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นในระยะยาว ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการซื้อทองคำคือช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยถึงขีดสุด ในตอนที่ธนาคารกลางยกเลิกนโยบายต่าง ๆ แล้วเริ่มประคับประคองเศรษฐกิจด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำ ๆ และเพิ่มปริมาณเงินหมุนเวียนในมือประชาชน ในช่วงเวลาดังกล่าว นักลงทุนรายใหญ่จะเข้าซื้อโลหะสีเหลืองและราคาของมันจะพุ่งสูงขึ้น

หุ้นและคริปโต

ภาวะเศรษฐกิจถดถอยจะส่งผลกระทบต่อหุ้นอย่างแตกต่างกัน ซึ่งจะขึ้นอยู่กับประเภทของบริษัท บางบริษัท เช่น สาธารณูปโภค การดูแลสุขภาพ และสินค้าอุปโภคบริโภคมักจะทรงตัวในช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอย ส่วนบริษัทที่มีหนี้ก้อนโต เช่น บริษัทท่องเที่ยวและเทคโนโลยี รวมถึงบริษัทต่าง ๆ ในกลุ่มอุตสาหกรรมนั้นกลับมีแนวโน้มที่จะทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐานในตลาด

ตลาดสกุลเงินดิจิทัลนั้นเป็นภาคส่วนที่มีอายุน้อย ดังนั้น โครงการต่าง ๆ ส่วนใหญ่จะมีหนี้สินสูง เป็นผลให้นักลงทุนเลือกที่จะกำจัดคริปโตในตอนที่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยเริ่มต้นขึ้นและกลับมาเข้าซื้ออีกครั้งในตอนที่เศรษฐกิจเริ่มเติบโต

Strong stocks during recession.png

กล่าวได้ว่าภาคส่วนที่มีประสิทธิภาพต่ำในช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอยนั้นจะมีประสิทธิภาพดีในช่วงหลังการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจถดถอย ตัวอย่าง ได้แก่ การเงิน อสังหาริมทรัพย์ กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย อุตสาหกรรมต่าง ๆ และวัสดุต่าง ๆ

Strong stocks post recession.png

คุณสามารถซื้อขายความผันผวนของตลาดที่เพิ่มขึ้นที่เกิดจากภาวะถดถอยได้โดย สร้างบัญชีซื้อขาย และเปิดตำแหน่งกับ CFDs ได้แก่ ตราสารอนุพันธ์ทางการเงิน ที่ช่วยให้คุณสามารถเก็งกำไรในตลาดขาขึ้นโดยเปิดสถานะซื้อ (Long) เช่นเดียวกับในตลาดขาลงโดยเปิดสถานะขาย (Short)

สกุลเงินต่าง ๆ

ในช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอย กิจกรรมทางธุรกิจของประเทศหนึ่ง ๆ จะตกต่ำลง และเศรษฐกิจจะชะลอตัวลง เป็นผลให้สกุลเงินมีแนวโน้มที่จะลดลงเนื่องจากประเทศจะกลายเป็นที่ที่มีความน่าดึงดูดใจน้อยลงในการเข้ามาลงทุน

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศใหญ่ ๆ จะเชื่อมโยงกัน ภาวะเศรษฐกิจถดถอยไม่ได้เกิดขึ้นในประเทศใดประเทศหนึ่งโดยเฉพาะ แต่มันจะกระจายไปในทุกประเทศ ในกรณีนี้ สกุลเงินของประเทศที่มีดุลการค้าที่มั่นคงที่สุดและมีสินทรัพย์สกุลเงินต่างประเทศจำนวนมาก (เพื่อให้ประเทศเหล่านั้นสามารถขายสินทรัพย์ต่างประเทศและนำเงินกลับบ้านได้ในยามที่ความผันผวนเพิ่มสูงขึ้น) จะได้รับประโยชน์เมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น ๆ

จวบจนปัจจุบัน ดอลลาร์สหรัฐ (USD) และฟรังก์สวิส (CHF) ได้ถูกพิจารณาว่าเป็นสกุลเงินที่ปลอดภัย

ดอลลาร์สหรัฐ

หากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินที่ให้ผลตอบแทนสูง นั่นหมายความว่าตลาดมีแนวโน้มไม่พอใจข้อมูลหรือข่าวสารทางเศรษฐกิจที่เพิ่งเผยแพร่ออกมา ในกรณีนี้ นักลงทุนต่างชาติจะเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเพื่อเป็นที่หลบภัย ซึ่งในการเข้าซื้อพันธบัตร พวกเขาจำเป็นต้องซื้อสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ พอนักลงทุนจำนวนมากทำสิ่งนี้พร้อมกัน สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐก็จะมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น

ฟรังก์สวิส

ฟรังก์สวิสเป็นอีกหนึ่งสกุลเงินที่ถือเป็นที่หลบภัย ด้วยความที่มีเสถียรภาพทางการเมือง นโยบายการเงินแบบอนุรักษ์นิยม และเศรษฐกิจที่มั่นคง ทำให้ CHF เป็นสกุลเงินที่มีเสถียรภาพ ซึ่งดึงดูดนักลงทุนต่างชาติในยามวิกฤต

แม้จะมีวิกฤตการณ์มากมายในตลาดการเงินโลก แต่สวิตเซอร์แลนด์ก็สามารถยืนหยัดอยู่ได้เสมอโดยไม่มีปัญหามากนัก

หากเศรษฐกิจยุโรปเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย สกุลเงินฟรังก์สวิส (CHF) ก็มีแนวโน้มที่จะแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินยุโรปที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า

วิธีการซื้อขายในช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอย

เปิด Short เพื่อคว้าโอกาสในตลาดขาลง

การ Short เป็นวิธีการคว้าโอกาสในตลาดที่กำลังตกต่ำ เทรดเดอร์จำนวนมากต่างใช้อนุพันธ์ทางการเงิน เช่น CFD เพื่อเปิด Short กล่าวคือ เพื่อขายสินทรัพย์ ตราสารเหล่านี้จะช่วยให้เทรดเดอร์สามารถเก็งกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์โดยไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของสินทรัพย์เอง

สินทรัพย์ที่ดีที่สุดที่ควรขายในช่วงเศรษฐกิจถดถอยคือ:

  • หุ้นการท่องเที่ยว หุ้นอุตสาหกรรม หุ้นเทคโนโลยี และสกุลเงินดิจิทัล นักลงทุนออกจากสินทรัพย์เสี่ยงและโครงการต่าง ๆ ที่มีหนี้สินสูง ราคาจึงปรับตัวลง
  • น้ำมัน (Brent, WTI) เมื่อกิจกรรมทางธุรกิจเพิ่มขึ้น ความต้องการน้ำมันก็เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ในทางตรงกันข้าม ในช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอย ราคาสินค้าโภคภัณฑ์กลับมีแนวโน้มที่จะลดลง
  • สกุลเงินที่ให้ผลตอบแทนสูง (AUD, GBP) เทียบกับสกุลเงินปลอดภัย (ดอลลาร์สหรัฐ, ฟรังก์สวิส) นักลงทุนเปลี่ยนจากการแสวงหารายได้ที่สูงขึ้นเป็นการมองหาที่หลบภัยที่จะช่วยรักษาเงินทุนไว้ได้ เป็นผลให้สกุลเงินที่ให้ผลตอบแทนสูงมีมูลค่าลดลง

เปิด Long เมื่อตลาดฟื้นตัว

การเปิด Long ในช่วงเศรษฐกิจถดถอยอาจมีความเสี่ยง นั่นเป็นเหตุผลที่เทรดเดอร์และนักลงทุนต่างรอคอยการดีดตัวครั้งแรกเมื่อสินทรัพย์จำนวนมากต่างแตะถึงระดับต่ำสุดของพวกมัน จากนั้นพวกเขาก็จะเข้าซื้อที่ระดับเหล่านี้ โดยพยายามสร้างผลตอบแทนสูงสุดจากการฟื้นตัวหลังภาวะเศรษฐกิจถดถอยในที่สุด

สินทรัพย์ที่ดีที่สุดที่ควรเปิด Long ในช่วงที่เศรษฐกิจฟื้นตัวคือ:

  • ทองคำ รัฐบาลจะกลับไปใช้นโยบายการเงินแบบสุดโต่ง พิมพ์เงินและเข้าซื้อสินทรัพย์ตามงบดุล และสร้างความเสี่ยงที่อัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นในอนาคต อัตราเงินเฟ้อที่สูงจะทำให้ทองคำมีความน่าสนใจ
  • หุ้นการท่องเที่ยว หุ้นอุตสาหกรรม หุ้นเทคโนโลยี และสกุลเงินดิจิทัล สินทรัพย์เหล่านี้จะมีราคาถูก และเป็นที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนระยะยาว
  • น้ำมัน (Brent, WTI) เมื่อกิจกรรมทางธุรกิจเพิ่มขึ้น ความต้องการน้ำมันก็เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น
  • สกุลเงินที่ให้ผลตอบแทนสูง (AUD, GBP) เทียบกับสกุลเงินปลอดภัย (ดอลลาร์สหรัฐ, ฟรังก์สวิส) นักลงทุนกลับมามีความเชื่อมั่นในความเสี่ยงและเข้าซื้อพันธบัตรที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ส่งผลให้ความต้องการสกุลเงินของประเทศเหล่านี้เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน

สรุป

ภาวะเศรษฐกิจถดถอยจะสร้างโอกาสมากมายให้กับทั้งเทรดเดอร์และนักลงทุน ด้วยการที่มีโอกาสในการเปิดได้ทั้ง Long และ Short (กล่าวคือเปิดคำสั่ง Buy และ Sell) เทรดเดอร์สามารถเพิ่มทุนจำนวนมากเข้าไปได้เนื่องจากความผันผวนสูง ในขณะเดียวกัน นักลงทุนก็สามารถเข้าซื้อสินทรัพย์ที่ต้องการได้ในราคาต่ำ ๆ

เพื่อให้ประสบความสำเร็จ คุณต้องเข้าใจต้นเหตุของภาวะเศรษฐกิจถดถอยและแนวทางที่เป็นไปได้ในการแก้ปัญหาของรัฐบาล (ส่วนมากก็จะเป็นนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายพิเศษ) ด้วย FBS คุณสามารถสร้างรายได้จากการขายหุ้น สกุลเงินดิจิทัล และน้ำมันในช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้ นอกจากนี้ คุณยังสามารถเพิ่มสินทรัพย์ของคุณได้ด้วยการซื้อทองคำและสินทรัพย์อื่น ๆ ในตอนที่เศรษฐกิจกลับมาเติบโตอีกครั้ง

คล้ายกัน

กลยุทธ์การซื้อขายด้วยความไม่สมดุล
กลยุทธ์การซื้อขายด้วยความไม่สมดุล

บทความนี้จะแนะนำคุณเกี่ยวกับกลยุทธ์การซื้อขายที่ไม่ต้องใช้ปริมาณ ตัวบ่งชี้ทางเทคนิค และรูปแบบราคา สิ่งที่คุณต้องทำคือให้ความสนใจกับการเคลื่อนไหวของราคา ยินดีต้อนรับสู่บทเรียนเรื่องความไม่สมดุล

กลยุทธ์การเทรดด้วยโมเมนตัม
กลยุทธ์การเทรดด้วยโมเมนตัม

บทความนี้จะสำรวจกลยุทธ์การเทรดด้วย MACD + RSI และวิธีการนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อระบุโอกาสในการเปิดคำสั่งซื้อขายในตลาด Forex

คำถามที่พบบ่อย

  • จะเริ่มเทรดอย่างไร?

    หากคุณอายุ 18 ปีขึ้นไปคุณสามารถเข้าร่วม FBS ได้และเริ่มต้นการเดินทาง FX ของคุณ ในการซื้อขายคุณจะต้องมีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์และมีความรู้ที่เพียงพอเกี่ยวกับวิธีการทำงานของสินทรัพย์ในตลาดการเงิน เริ่มด้วยการศึกษาขั้นพื้นฐานด้วย สื่อการเรียนรู้ฟรี และ สร้างบัญชี FBS คุณอาจต้องการทดสอบสภาพแวดล้อมด้วยเงินเสมือนจริงผ่านบัญชีทดลอง เมื่อคุณพร้อมเข้าสู่ตลาดจริงแล้ว ก็เริ่มทำการซื้อขายเพื่อที่จะได้ประสบความสำเร็จ  

  • จะเปิดบัญชี FBS ได้อย่างไร?

    คลิกที่ปุ่ม 'เปิดบัญชี' บนเว็บไซต์ของเราแล้วไปที่ Trader Area ก่อนที่คุณจะเริ่มซื้อขายได้ โปรไฟล์ของคุณจะต้องได้รับการยืนยันเสียก่อน ยืนยันอีเมลและเบอร์โทรศัพท์ของคุณ จากนั้นให้ทำการยืนยันตัวตนของคุณ ขั้นตอนนี้จะช่วยรับประกันความปลอดภัยของเงินและตัวตนของคุณ เมื่อคุณผ่านการตรวจสอบทั้งหมดแล้ว ให้ไปที่แพลตฟอร์มการซื้อขายที่ต้องการ แล้วเริ่มซื้อขายได้เลย

  • จะถอนเงินที่ทำได้กับ FBS ได้อย่างไร?

    กระบวนการนี้ไม่มีอะไรซับซ้อนเลย ไปที่หน้า การถอนเงิน บนเว็บไซต์หรือส่วนการเงินของ FBS Trader Area และเข้าไปที่การถอนเงิน คุณจะได้รับเงินที่ทำได้รับผ่านระบบการชำระเงินเดียวกับที่คุณใช้ในการฝากเงิน ในกรณีที่คุณฝากเงินเข้าบัญชีผ่านหลายวิธี ให้ถอนกำไรของคุณผ่านวิธีเดียวกันในอัตราส่วนตามยอดเงินที่ฝากเข้ามา

ฝากเงินกับระบบการชำระเงินในประเทศของคุณ

ประกาศการเก็บรวบรวมข้อมูล

FBS เก็บรักษาข้อมูลของคุณไว้เพื่อใช้งานเว็บไซต์นี้ เมื่อกดปุ่ม "ยอมรับ" ถือว่าคุณยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว ของเรา

โทรกลับ

 1
 93
 355
 213
 1684
 376
 244
 1264
 672
 1268
 54
 374
 297
 61
 43
 994
 1242
 973
 880
 1246
 375
 32
 501
 229
 1441
 975
 591
 387
 267
 55
 246
 673
 359
 226
 257
 855
 237
 1
 238
 1345
 236
 235
 56
 86
 61
 61
 57
 269
 242
 243
 682
 506
 225
 385
 53
 357
 420
 45
 253
 1767
 1809
 593
 20
 503
 240
 291
 372
 251
 500
 298
 679
 358
 33
 594
 689
 241
 220
 995
 49
 233
 350
 30
 299
 1473
 590
 1671
 502
 224
 245
 592
 509
 39
 504
 852
 36
 354
 91
 62
 98
 964
 353
 44
 972
 39
 1876
 81
 962
 7
 254
 686
 850
 82
 965
 996
 856
 371
 961
 266
 231
 218
 423
 370
 352
 853
 389
 261
 265
 60
 960
 223
 356
 692
 596
 222
 230
 262
 52
 691
 373
 377
 976
 382
 1664
 212
 258
 95
 264
 674
 977
 31
 599
 687
 64
 505
 227
 234
 683
 672
 1670
 47
 968
 92
 680
 970
 507
 675
 595
 51
 63
 64
 48
 351
 1787
 974
 262
 40
 7
 250
 590
 290
 1869
 1758
 590
 508
 1784
 685
 378
 239
 966
 221
 381
 248
 232
 65
 421
 386
 677
 252
 27
 500
 34
 94
 249
 597
 268
 46
 41
 963
 886
 992
 255
 66
 670
 228
 690
 676
 1868
 216
 90
 993
 1649
 688
 256
 380
 971
 44
 1
 1
 598
 998
 678
 58
 84
 1284
 1
 681
 2
 967
 260
 263
00:00
00:00
00:00
01:00
02:00
03:00
04:00
05:00
06:00
07:00
08:00
09:00
10:00
11:00
12:00
13:00
14:00
15:00
16:00
17:00
18:00
19:00
20:00
21:00
22:00
23:00
23:00
23:00
00:00
01:00
02:00
03:00
04:00
05:00
06:00
07:00
08:00
09:00
10:00
11:00
12:00
13:00
14:00
15:00
16:00
17:00
18:00
19:00
20:00
21:00
22:00
23:00

ผู้จัดการของเราจะโทรหาคุณในเร็ว ๆ นี้

เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์

เราได้รับคำร้องของคุณแล้ว

ผู้จัดการของเราจะโทรหาคุณในเร็ว ๆ นี้

คำขอโทรกลับครั้งต่อไปสำหรับหมายเลขโทรศัพท์นี้
จะพร้อมใช้งานใน

หากคุณมีปัญหาเร่งด่วนโปรดติดต่อเราผ่านทาง
สนทนาออนไลน์

เกิดข้อผิดพลาดภายใน กรุณาลองใหม่อีกครั้งในภายหลัง

อย่ามัวเสียเวลา - ติดตามดูว่า NFP ส่งผลกระทบอย่างไร ต่อ USD แล้วทำกำไรเลยสิ!

คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์เวอร์ชันเก่ากว่านี้

อัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดหรือลองใช้เพื่อการเทรดที่สะดวกสบายและมีประสิทธิผลยิ่งขึ้น

Safari Chrome Firefox Opera