5 เทคนิคในการตั้งค่าระดับแนวรับและแนวต้าน

5 เทคนิคในการตั้งค่าระดับแนวรับและแนวต้าน

เทรดเดอร์ไม่สามารถจินตนาการได้ว่าการซื้อขายโดยไม่มีระดับแนวรับและแนวต้านนั้นจะเป็นไปได้อย่างไร ระดับเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดขอบเขตที่คู่สกุลเงินจะซื้อขายและกระตุ้นการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของราคา

มาให้คำจำกัดความสั้นๆของคำสองคำนี้กัน ระดับแนวต้านคือระดับที่อยู่สูงสุดซึ่งค่อนข้างยากที่คู่สกุลเงินจะเพิ่มขึ้นไปได้ ไม่ใช่ว่าคู่สกุลเงินจะไม่สามารถก้าวข้ามแนวต้านได้ - มันอาจเป็นไปได้ แต่ต้องมีปัจจัยสนับสนุนที่แข็งแกร่งมาก มิฉะนั้นคู่สกุลเงินจะกลับลงมา ระดับแนวรับเป็นเหมือนพื้นสำหรับคู่สกุลเงินเนื่องจากมันจะช่วยชะลอการลดลงของคู่สกุลเงิน คู่สกุลเงินอาจฝ่าต่ำกว่าระดับแนวรับได้ แต่ก็มีแนวโน้มสูงที่จะเกิดการกลับตัวสู่ด้านบนที่ระดับนี้

กล่าวคือระดับเหล่านี้จะช่วยในการตัดสินใจว่าเมื่อไหร่ที่จะต้องเปิดและปิดการซื้อขายเพื่อทำกำไร นั่นจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่จะต้องรู้วิธีตั้งค่าพวกมันให้ถูกต้อง เราได้รวบรวมเทคนิคที่ดีที่สุดที่คุณสามารถใช้เพื่อหาระดับแนวรับและแนวต้านได้

  • Swing highs และ lows

    เริ่มต้นด้วยคำจำกัดความสั้นๆของ "swing highs และ lows" swing high คือราคาสูงสุดที่อยู่ภายในการเคลื่อนไหวของราคา ความผันผวนของราคาจะดำเนินการในรูปคลื่นดังนั้น swing high จะชี้ไปที่ราคาสูงสุดภายในคลื่นก่อนที่ราคาจะตกลงมา ในทางตรงกันข้าม swing low จะชี้ไปที่ราคาต่ำสุดภายในคลื่นก่อนที่ราคาจะกลับขึ้นมา

    ดูเทคนิคที่ง่ายที่สุดก่อน คุณสามารถหาทุกสิ่งที่คุณต้องการผ่านแผนภูมิราคาได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือหรือตัวบ่งชี้ใดๆ สิ่งที่คุณต้องทำก็คือให้ทำการระบุ highs และ lows ก่อนหน้านี้ที่อยู่ใกล้ที่สุด แน่นอนว่า highs และ lows ที่คุณต้องการจะต้องใกล้เคียงกับราคาปัจจุบัน เลือกระดับที่เห็นได้ชัดที่สุดซึ่งก็คือจุดที่ราคาไม่สามารถฝ่าไปได้และราคาก็จะพลิกตัวกลับ ยิ่งราคากลับตัวจากระดับนี้มากเท่าไหร่ระดับนี้ก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น หากต้องการระบุระดับที่คุณต้องการให้วาดเส้นแนวนอน

    ลองดูที่กราฟ ระดับ 1.15 ดูเหมือนว่าจะสนับสนุน EUR/USD คู่สกุลเงินเด้งกลับจากระดับนั้นสองครั้ง: ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมและกลางเดือนมิถุนายน

EURUSDDaily article.png

  • ระดับทางจิตวิทยา

    ระดับทางจิตวิทยาปรากฏขึ้นเมื่อราคาอ้างอิงสิ้นสุดลงด้วย 0 (ยิ่งระดับดังกล่าวมีศูนย์มากเท่าไหร่มันก็ยิ่งสำคัญมากขึ้นเท่านั้น) ตัวอย่างเช่น 1.50, 95.00 และอื่นๆ ระดับทางจิตวิทยาเกิดขึ้นเนื่องจากธรรมชาติของมนุษย์ ตัวอย่างเช่นถ้าคุณถามใครสักคนเรื่องความคาดหวังเกี่ยวกับราคาในอนาคตของ GBP/USD โดยทั่วไปคนก็จะไม่ตอบกันว่า 1.3028-1.4123 แต่พวกเขาจะคาดการณ์กันว่า 1.30-1.40 ตามตรรกะนี้เมื่อเทรดเดอร์วางคำสั่งซื้อพวกเขาก็จะเลือกตัวเลข "กลมๆ" ดังนั้นคู่สกุลเงินก็จะมีการซื้อขายกันในตัวเลขเหล่านี้

    ลองดูที่กราฟ ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐไม่สามารถฝ่าระดับ $95 ได้มาเป็นเวลานานแล้ว และแม้ว่ามันจะฝ่าผ่านระดับนั้นได้มันก็ไม่สามารถตั้งหลักอยู่เหนือระดับดังกล่าวไว้ได้อยู่ดี

usd статья.png

ระดับดุลยภาพ (1.0000) เป็นระดับทางจิตวิทยาที่สำคัญที่สุด ตัวอย่างเช่น: เทรดเดอร์ได้สงสัยเป็นอย่างมากว่า EUR/USD จะมาถึงระดับดุลยภาพในปี 2015 - 2017 หรือไม่ โดยในเวลานั้นมูลค่าของยูโรก็ลดลงและหยุดที่ระดับ 1.0350

• เส้นแนวโน้ม

คุณควรจำไว้ว่าแนวโน้มคือเพื่อนของคุณและมันสามารถช่วยคุณได้ในสถานการณ์การซื้อขายต่างๆ การระบุแนวโน้มไม่ใช่เรื่องยาก ดูที่กราฟหากคุณเห็นราคาเพิ่มขึ้นหรือลดลงเป็นเวลานานนั่นก็คือแนวโน้ม ค่า highs ที่สูงขึ้นและค่า low ที่สูงขึ้นหมายถึงตลาดมีแนวโน้มขาขึ้น ในทางตรงกันข้ามค่า high ที่ต่ำลงและค่า low ที่ต่ำลงแสดงให้เห็นว่าตลาดมีแนวโน้มขาลง

หากมองหาแนวโน้มคุณควรจำไว้ว่าเส้นดังกล่าวจะไม่เป็นแนวนอนและต้องเชื่อมต่อกันอย่างน้อย 2 จุด (2 highs หรือ 2 lows) นอกจากนี้จุดที่สองที่คุณวาดเส้นแนวโน้มควรอยู่ห่างจากจุดแรกประมาณ 20-30 แท่งเทียน

ยิ่งราคาแตะเส้นแนวโน้มมากเท่าไหร่แนวโน้มก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น

ลองดูที่กราฟ NZD/USD ที่นั่นคุณจะเห็นแนวโน้มขาขึ้น ทั้งหมดที่คุณต้องทำคือการวาดเส้นแนวโน้มผ่านแต่ละจุดสูงสุด จากนั้นเส้นดังกล่าวก็จะกลายเป็นแนวต้านสำหรับคู่สกุลเงิน ในทางกลับกันหากคุณวาดเส้นผ่านจุดต่ำสุดคุณก็จะได้ระดับแนวรับเทคนิคเดียวกันนี้สามารถใช้ได้กับแนวโน้มขาลงด้วยเช่นกัน

NZDUSDH4 статья.png

  • ตัวบ่งชี้ Pivot point

    เมื่อคุณใช้ตัวบ่งชี้นี้คุณจะเห็น 3 ระดับแนวต้าน 3 ระดับแนวรับและ pivot point หนึ่งจุดซึ่งเป็นขอบเขตที่กำหนดการเคลื่อนไหวของราคาต่อไป หากการซื้อขายสูงกว่า pivot point การเคลื่อนไหวนั้นควรจะเป็นแบบ bullish ไม่เช่นนั้นแล้วก็คาดการณ์ได้ว่าการเคลื่อนไหวนั้นจะเป็นแบบ bearish ระดับแนวต้านและระดับแนวรับจะแสดงเป้าหมายที่แม่นยำของสินทรัพย์โดยขึ้นอยู่กับกรอบเวลาที่คุณเลือก ประโยชน์ของตัวบ่งชี้ pivot point คือระดับเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงทุกครั้งที่ช่วงของกรอบเวลาที่คุณเลือกสิ้นสุดลง

    หมายเหตุ: คุณสามารถเลือกกรอบเวลาใดก็ได้ แต่เราขอแนะนำให้คุณใช้กรอบเวลาแบบรายสัปดาห์ ตัวบ่งชี้ดังกล่าวจะแสดงเป้าหมายรายสัปดาห์สำหรับคู่สกุลเงินดังนั้นคุณจะสามารถสร้างแผนการซื้อขายในระยะที่ยาวขึ้นได้

    ดูที่กราฟ คุณสามารถเห็นได้ว่าในช่วงสุดสัปดาห์คู่สกุลเงินได้ฝ่าแนวรับที่ 0.69 อย่างไรก็ตามมันไม่สามารถฝ่าแนวรับถัดไปที่ 0.6850 ได้ดังนั้นมันจึงกลับตัว

NZDUSD статья.png

หากต้องการเรียนรู้วิธีใช้ตัวบ่งชี้ใน MetaTrader คุณสามารถเข้าไปดูได้ที่ บทความ ของเรา.

  • Fibonacci retracements

    เครื่องมือนี้ถูกใช้ในการตั้งค่าระดับแนวต้านและแนวรับหรือเพื่อคาดการณ์ขอบเขตที่เป็นไปได้ของการเคลื่อนไหวของราคา เป้าหมายหลักของมันคือการค้นหาการแก้ไขแนวโน้มสำคัญๆที่เป็นไปได้ ระดับสำคัญๆของ Fibonacci retracements คือ 38.2%, 50% และ 61.8% ซึ่งเป็นแนวรับหรือแนวต้านที่แข็งแกร่งที่สุดซึ่งขึ้นอยู่กับทิศทางของราคา

    การใช้เครื่องมือนี้เป็นเรื่องที่ง่ายมาก ให้วาดเส้นแนวโน้มระหว่างค่าสูงสุดและต่ำสุด หากคุณต้องการเรียนรู้วิธีการใช้ตัวบ่งชี้นี้อย่างถูกต้องคุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้ ที่นี่

    ลองดูที่กราฟ EUR/USD คุณสามารถเห็นได้ว่าคู่สกุลเงินนี้ได้เด้งขึ้นมาจากระดับ Fibo 38.2 และเคลื่อนไปที่ 50.0 50.0 จะเป็นแนวรับสำหรับ EUR/USD 

EURUSDWeekly статья.png

เคล็ดลับสั้นๆ: คุณไม่จำเป็นต้องเลือกใช้เพียงแค่เทคนิคใดเทคนิคหนึ่ง คุณสามารถที่รวมพวกมันเข้าด้วยกันเพื่อที่คุณจะได้รับเป้าหมายที่แม่นยำมากขึ้น

กล่าวคือเราสามารถพูดได้ว่าระดับแนวต้านและแนวรับเป็นหัวใจสำคัญของการซื้อขายอย่างมีกำไร คุณสามารถใช้หนึ่งในเทคนิคดังกล่าวข้างต้นหรือจะรวมพวกมันเข้าด้วยกันก็ได้ ซึ่งแน่นอนว่าคุณจำเป็นจะต้องใช้พวกมันเพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มผลกำไรของคุณ

คล้ายกัน

กลยุทธ์การเทรดทอง

การเทรดทองไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากโลหะสีเหลืองนี้ไม่ได้เคลื่อนไหวไปทิศทางเดียวกันกับสินค้าโภคภัณฑ์หรือคู่เงินอื่นๆในตลาด

ฝากเงินกับระบบการชำระเงินในประเทศของคุณ

โทรกลับ

ผู้จัดการของเราจะโทรหาคุณในเร็ว ๆ นี้

เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์

เราได้รับคำร้องของคุณแล้ว

ผู้จัดการของเราจะโทรหาคุณในเร็ว ๆ นี้

เกิดข้อผิดพลาดภายใน กรุณาลองใหม่อีกครั้งในภายหลัง

หนังสือสำหรับผู้เริ่มต้นในตลาด Forex

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเริ่มเทรด
ใส่ e-mail ของคุณและเราจะส่งคู่มือ Forex ให้แก่คุณแบบฟรีๆ

ขอขอบคุณ!

ทางเราได้ส่งลิงค์พิเศษไปยังอีเมล์ของคุณ
คลิกที่ลิงค์เพื่อยืนยันที่อยู่ของคุณและรับ Forex Guide สำหรับผู้เริ่มต้นแบบฟรีไปได้เลย

คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์เวอร์ชันเก่ากว่านี้

อัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดหรือลองใช้เพื่อการเทรดที่สะดวกสบายและมีประสิทธิผลยิ่งขึ้น

Safari Chrome Firefox Opera